แก้ปัญหาฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์
ปัญหาของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
กำลังไฟ
ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้
สาเหตุ : ไม่ได้ต่อคอมพิวเตอร์ลงเต้าเสียบที่ด้านหลัง
การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าสายไฟนั้นเสียบอยู่ที่เต้าเสียบไปบนฝาผนัง และไฟ AC บนฝาผนังที่ลงสายกราวนด์ของคอมพิวเตอร์อย่างแน่นหนาปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้
สาเหตุุ : คอมพิวเตอร์อาจอยูในโหมด Sleep
การแก้ปัญหา : ตรวจสอบว่าปุ่ม เปิดเครื่องด่วน นั้นสว่างอยู่ และมีไฟสีเหลืองอำพัน ถ้าเป็นเช่นนั้น ให้กดปุ่มดังกล่าวเพื่อออกจากโหมด Sleep
ฮาร์ดดิสก์
ปัญหา : ข้อความแสดงการผิดพลาดเกี่ยวกับดิสก์ที่ไม่สามารถบูตได้
สาเหตุ : คอมพิวเตอร์พยายามเริ่มระบบจากดิสเก็ตต์ที่ไม่มีซอฟต์แวร์ สำหรับเริ่มระบบ
การแก้ปัญหา : นำแผ่นดิสเก็ตต์ออกจากไดรฟ์เมื่อไฟแสดงสถานะบนไดรฟ์ดับ แลว้ทำต่อๆ ไป โดยการกดคีย์ใด ๆ บนแป้นพิมพ์ปัญหา : การทำงานของฮาร์ดไดรฟ์ช้าลง
สาเหตุ : ไฟล์ข้อมูลที่เก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ อาจอยู่กระจัดกระจาย
การแก้ปัญหา : ตรวจสอบส่วนของข้อมูลที่หายไปโดยการรันโปรแกรม Disk Defragmenter เพื่อที่จะรันโปรแกรม Disk Defragmenter จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้ คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จากนั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ Disk Defragmenter
ปัญหา : ไฟแสดงการทำงานของฮาร์ดไดรฟ์สว่างแต่ไม่กระพริบ
สาเหตุ : ไฟล์ข้อมูลที่เก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ของคุณ อาจจะเสียหาย
การแก้ปัญหา : ตรวจสอบส่วนของข้อมูลที่หายไปโดยการรันโปรแกรม Disk Defragmenter และเพื่อที่จะรันโปรแกรม Disk Defragmenter6 จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จากนั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ Disk Defragmenter
ซีดีรอม
ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้
สาเหตุ : ไม่ได้วางซีดีในไดรฟ์ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
การแก้ปัญหา : ถ้าคุณมีซีดีไดรฟ์แบบโหลดด้วยถาด ให้กดปุ่มนำแผ่นซีดีออก แล้วค่อย ๆ กดแผ่นซีดีลงในตำแหน่ง ที่เหมาะสมจากนั้นโหลดแผ่นเข้าไปใหม่ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้
สาเหตุ : ระบบไม่รู้จักซีดีไดรฟ์
การแก้ปัญหา : ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วคอยอย่างน้อย 30 วินาที จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์ ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้
สาเหตุ : ใส่แผ่นซีดีกลับข้าง
การแก้ปัญหา : นำแผ่นซีดีออก แล้วพลิกแผ่นซีดีกลับ จากนั้นโหลดเข้าไปใหม่
ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้
สาเหตุ : แผ่นซีดีสกปรก
การแก้ปัญหา : ทำความสะอาดแผ่นซีดีด้วยชุดทำความสะอาด
ดิสก์เก็ต
ปัญหา : ไฟแสดงสถานะของดิสเก็ตต์สว่างอยู่
สาเหตุ : มีการใส่แผ่นดิสเก็ตต์อย่างไม่เหมาะสม
การแก้ปัญหา : นำแผ่นดิสเก็ตต์ออก แล้วใส่เข้าไปใหม่แผ่นดิสเก็ตต์เกิดความเสียหาย ใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอื่น หรือตรวจสอบแผ่นดิสเก็ตต์โดยการรันโปรแกรม ScanDisk และเพื่อที่จะรันโปรแกรม ScanDisk จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จาก นั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ ScanDisk ซอฟต์แวร์ปัญหา : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถเขียนลงแผ่นดิสเก็ตต์ได้
สาเหตุ : แผ่นดิสเก็ตต์ยังไม่ได้ฟอร์แมต
การแก้ปัญหา : ให้ฟอร์แมตแผ่นดิสเก็ตต์
ปัญหา : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถเขียนลงแผ่นดิสเก็ตต์ได้
สาเหตุ : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์มีการป้องกันการเขียน (Write-Protected)
การแก้ปัญหา : ยกเลิกการป้องกันการเขียน หรือใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอี่นที่ไม่มีการป้องกันการ เขียน
และเพื่อที่จะยกเลิกการป้องกันการเขียน ให้เลื่อนแผ่นสีดำที่ด้านหลังของแผ่นดิสเก็ตต์เพื่อปิดรู
ปัญหา : การเขียนข้อมูลลงไดรฟ์ที่ไม่ถูกต้อง
สาเหตุ : ตรวจสอบตัวอักษรของไดรฟ์ในสเตทเมนท์ของพาธ
การแก้ปัญหา : พรอมต์ A:\> แสดงว่าเรากำลังทำงานจากไดรฟ์ A ส่วนพรอมต์ C:\> แสดงว่าเรากำลังทำงานจากฮาร์ดไดรฟ์
ปัญหา : ไม่มีเนื้อที่เพียงพอบนแผ่นดิสเก็ตต์ ดิสเก็ตต์ออก หรือใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอื่น
สาเหตุ : ลบข้อมูลบางส่วนที่เก็บอยู่บนแผ่น
การแก้ปัญหา : ระมัดระวังอย่าลบข้อมูลสำคัญที่เก็บอยู่บนแผ่นดิสเก็ตต์โดยบังเอิญ
ปัญหา : ดิสก์เก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถอ่านแผ่นดิสเก็ตต์
สาเหตุ : แผ่นดิสเก็ตต์ ยังไม่ได้ฟอร์แมต
การแก้ปัญหา : ให้ฟอร์แมตแผ่นฮาร์ดแวร์
ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์
สาเหตุ : ไม่ได้ตั้งค่าคอนฟิกคอมพิวเตอร์ของคุณหลังจากติดตั้งอุปกรณ์ใหม่
การแก้ปัญหา : ถ้าเป็นอุปกรณ์แบบพลักแอนด์เฟลย์ วินโดวส์จะรู้จักอุปกรณ์นั้นและตั้งค่า คอนฟิกให้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ใช่พลักแอนด์ใ ห้อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งค่าคอนฟิก
ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์
สาเหตุ : สายเคเบิลที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่เข้ากับคอมพิวเตอร์นั้นหลวม หรือยังไม่ได้เสียบสายไฟของอุปกรณ์
การแก้ปัญหา : เสียบสายไป และตรวจดูว่าอุปกรณ์นั้นต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์อย่างแน่นหนา
ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์
สาเหตุ : เมื่อคอมพิวเตอร์แนะนำคุณให้เปลี่ยนแปลงค่าคอนฟิเกอเรชันของระบบ
การแก้ปัญหา : ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง คุณจะเห็นข้อคุณไม่ได้ยอมรับการ เปลี่ยนแปลงเหล่านั้น
จอภาพ
ปัญหา : อักษรต่าง ๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอมืดมัว
สาเหตุ : ไม่ได้ปรับตัวควบคุมความสว่างอย่างเหมาะสม
การแก้ปัญหา : ปรับตัวควบคุมความสว่างที่อยู่บนหน้าจอปัญหา : หน้าจอว่างเปล่า
สาเหตุ : สายเคเบิลที่ต่อเชื่อมจอภาพเข้ากับ คอมพิวเตอร์นั้นหลวมยังหรือไม่ได้เสียบสายจอภาพ
การแก้ปัญหา : เสียบสายไป และตรวจดูให้แน่ใจว่าช่องเสียบจอภาพนั้นเชื่อมต่ออยู่กับ คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมและแน่นพอ
ปัญหา : หน้าจอว่างเปล่า
สาเหตุ : คุณได้ติดตั้งยูทิลิตีที่ทำให้หน้าจอว่างเปล่า
การแก้ปัญหา : กดคีย์ใด ๆ หรือเคลื่อนไหวเมาส์ หน้าจอปัจจุบันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ปัญหา :หน้าจอว่างเปล่า
สาเหตุ : คอมพิวเตอร์อยู่ในโหมด Sleep
การแก้ปัญหา : กดปุ่ม เปิดเครื่องด่วน หน้าจอปัจจุบันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ปัญหา : จอภาพร้อนเกินไป
สาเหตุ : พื้นที่สำหรับระบายอากาศไม่เพียงพอให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
การแก้ปัญหา : เว้นพื้นที่ให้มีข้องระบายอากาศอย่างน้อย 3 นิ้ว (7.6 ซม.) ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มี อะไรปิดอยู่ด้านบนของจอภาพที่ขัดขวางการหมุนเวียนของอากาศ
เมาส์
ปัญหา : เมาส์ไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว
สาเหตุ : สายเมาส์เสียบไม่แน่นหนาในช่องเสียบที่ถูกต้อง ซึ่งอยู่ด้านหลังของคอมพิวเตอร์
การแก้ปัญหา : ตรวจสอบและเสียบสายเมาส์ให้แน่นปัญหา : เมาส์ไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว
สาเหตุ : ไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์ของเมาส์ หรือ ติดตั้งไดรเวอร์ที่ไม่ถูกต้อง
การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าได้ติดตั้งไดรเวอร์ของเมาส์ที่ถูกต้อง จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ให้คลิกที่ปุ่ม Start จากนั้น ชี้ไปที่ Settings แล้วคลิกที่ Control Panel เมื่อเห็นหน้าต่าง Control Panel ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Mouse แล้วคลิกที่แท็บ General
ขอบคุณเว็ปไซต์ : http://itzone-v2j.blogspot.com/2012/03/blog-post_9101.html
8.1 เปิดเครื่องไม่ขึ้น
คอมเปิดไม่ติด ปัญหาง่ายๆที่ ทุกคนสามารถ ตรวจเช็คหรือซ่อมได้เอง หลายๆท่านอาจเคยพบเจอกับปัญหาของเจ้าคอมพิวเตอร์ตัวโปรด ที่อยู่ดีๆ กับไม่ทำงานซะงั้น เปิดไม่ติดซะงัน แล้วเพื่อนๆทำยังไรเมื่อ เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ติด หลายๆท่าน อาจจะยกคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นไปให้ช่างคอมพิวเตอร์ ตรวจเช็คและหลายๆครั้งที่ตรวจเช็คกับเจอค่าใช้จ่ายที่แพงเกินจริง แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า การตรวจเช็คและซ่อมเองนั้นท่านก็สามารถเช็คและซ่อมเบื้องต้นได้ง่ายๆ อาการต่าง ๆที่พบใน
คอมพิวเตอร์ ที่ใช้งานนานๆ นั้นคงนี้ไม่พ้นกับอาการ เปิดคอมแล้ว เครื่องทำงานปรกติ แต่กลับพบว่า ไม่สามารถบูตเข้าวินโดว์ หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์กับนิ่งไปเฉยๆ ไม่มีอะไรขึ้นมาเลย เอาละทีนี้เราลองมาเริ่มต้นทำการตรวจสอบกันเลย กับปัญหาแรกที่ทุกท่านเจอกันบ่อยๆ นั้นคือ
1. อาการ เปิดคอมพิวเตอร์แล้วคอมติดปกติ แต่หน้าจอไม่มีอะไรขึ้นมาเลย
ปัญหานี้เกิดจากหล่ายๆ องค์ประกอบหลายๆอย่าง แต่ที่พบเห็นทั่วไปที่เจอกันบ่อยๆ นั้น เกิดจากการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานมานาน ปัญหาที่พบมากคือเจ้าฝุ่นตัวเล็กๆ ของเรานี่แหละที่เข้าไปจับตัวกันที่ บริเวณทองแดง ทำให้อุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์บางตัวไม่ทำงาน แต่พอพูดถึงภายในเครื่องหลายๆท่านอาจถอดใจกลับไปใช้บริการช่างซ่อม คอมพิวเตอร์ดีกว่า เอาละ บทความนี้ทีมงานจะแนะนำวิธีการ เปิดฝาเครื่องและทำการตรวจเช็คอุปกรณ์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ของเราไม่ทำงานกัน นะครับ
เริ่มต้นกับการเปิดเครื่องแล้วเช็คสิว่า เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นติดปรกติหรือไม่ โดยเช็คพัดลมด้านหลัง พาวเวอร์ซัพพายหรือระบบจ่ายไฟ ของเจ้าตัวคอมพิวเตอร์หากติดแสดงว่าไฟเข้ามายังคอมพิวเตอร์ ปรกติดี (แต่หากไม่ติดลองเช็คไปที่ปลั๊กไฟ ครับว่าเสียบแน่นหรือไม่หากแน่นแล้ว ยังไม่ติดก็แสดงว่า เจ้าพาวเวอร์ซัพพายนั้นมีปัญหาแน่นอน)
แต่ถ้ามันมีไฟเข้าปรกตินั้น ขั้นต่อไป ทำการดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ว่าท่านได้ทำการ ต่อสายถูกหรือไม่ หากทำการต่อถูกแล้ว ไฟหน้าจอติดปรกติแต่ภาพหน้าจอกลับไม่ขึ้น ลองตรวจเช็คไฟที่ คียบอร์ดดูว่าติดหรือไม่ หากไม่ติดแสดงว่าเป็นที่ คอมพิวเตอร์แล้วแหละ ที่นี้เราก็ต้องทำการเปิดฝาคอมพิวเตอร์ตัวโปรดของเราเพื่อจะชำแหละมันและนะ โดยสาเหตุหลักๆที่พบบ่อยที่สุดคือ Ram การ์ดจอ หลวมหรือ ฝุ่น เกาะบางคนบอกรักษาคอมดีมากแต่เปิดมา เจอฝุ่นเต็มเลย ไม่ต้องแปลกใจ เพราะว่า เจ้าคอมพิวเตอร์นั้น พวกพัดลม มันจะทำการ ดูดฝุ่นเข้ามาในคอมด้วย เพราะมันต้องการอากาศเพื่อระบายความร้อนออกไป
ขอบคุณเว็ปไซต์ : http://202.143.172.218/ict/index.php/component/content/article/19-sample-data-articles/joomla/8-beginners
8.2 เครื่องแฮงค์ หรือ รีสตาร์ทเองบ่อยๆ
สาเหตุของอาการนี้ น่าจะมาจากตัวซีพียูนั่นเองครับ คือ ซีพียูน่าจะร้อนเกินขนาด ทำให้เครื่องทำงานไม่ไหว จนแฮงค์หรือรีสตาร์ทเอง มาดูสาเหตุที่ทำให้ซีพียูร้อน และวิธีแก้ของปัญหานี้กันครับ
สาเหตุที่ 1
สายพัดลมซีพียูหลวม
วิธีแก้ เป็นเพราะซีพียูร้อนเกินขนาดและพัดลมซีพียูไม่หมุน เนื่องจากขั้วต่อระหว่างสายไฟเลี้ยงกับพัดลมซีพียูหลวมหรือหลุด วิธีแก้คือลองตรวจเช็คดูตรงขั้วต่อระหว่างสายไฟกับพัดลม ว่าต่ออยู่หรือไม่ และแน่นสนิทดีหรือไม่
สาเหตุที่ 2
ฮีตซิงค์/พัดลมระบายอากาศเสีย
วิธีแก้ เป็นเพราะการใช้งานเครื่องเป็นเวลายาวนาน (แบบไม่หยุดพัก) จนทำให้อุณหภูมิสะสมภายในเครื่องสูงขึ้น และถ้าหากว่าระบบระบายความร้อนภายในเครื่องทำงานได้ไม่ดีพอก็จะเป็นอีก ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิภายในเครื่องสูงขึ้น และอาจจะนำมาซึ่งความเสียหาย โดยเฉพาะซีพียู
ส่วนที่จะต้องจัดสรรให้ดีก็คือฮีตซิงค์ และพัดลมระบายความร้อนจำเป็นที่จะต้องมีความสามารถในการระบายความร้อนที่ เหมาะสมกับความเร็วของซีพียู
สาเหตุที่ 3
การระบายความร้อนภายในเครื่อง
วิธีแก้ ที่เสียเหตุอาจจะไม่ได้มาจากที่ตัวของพัดลมระบายอากาศอย่าง เดียวนะครับ แต่อาจมาจากเรื่องของฝุ่นควัน ที่เข้าไปอยู่ในพัดลม เมื่อใช้ไปนานๆ ฝุ่นควันเหล่านี้ก็จะเกาะติดพัดลม ทำให้ความสามารถในการระบายอากาศของฮีตซิงค์พัดลมลดลง
เรื่องของอุณหภูมิ
เมื่อซีพียูต้องทำงานที่มีความเร็วเกินขีดกำหนด ก็จะเกิดความร้อนขึ้นเกินระดับที่ออกแบบไว้ทำให้อุณหภูมิสูงจนเครื่องอาจจะ แฮงค์ได้ (ซึ่งโดยมากไม่ก่อให้เกิดความเสียหายถาวร พออุณหภูมิลดลงก็กลับมาเป็นปกติ) ปกติอุณหภูมิรอบๆ ซีพียูควรอยู่ที่ประมาณ 50-60 องศา (ถ้าวัดจากตัวเมนบอร์ด) และสูงสุดไม่ควรเกิน 80 องศา (กรณีที่วัดโดยใช้สัญญาณจากภายในตัวซีพียูโดยตรงก็จะต้องไม่เกิน 90 องศา)
ขอบคุณเว็ปไซต์ : http://techcomok.blogspot.com/2012/12/blog-post.html
8.3 เพิ่มฮาร์ดดิสก์ แล้ว บู๊ตไม่ขึ้น
ฮาร์ดดิสก์บูตไม่ขึ้น
จริงแล้วสาเหตุที่ฮาร์ดดิสก์บูตไม่ขึ้นนั้นหลายครั้งมักเกิดจากความผิดพลาดทางด้านซอฟต์แวร์ ส่วนสาเหตุทางด้านฮาร์ดแวร์นั้นส่วนใหญ่มักเกิดจากฮาร์ดดิสก์มีแบดเซ็กเตอร์เป็นจำนวนมาก หรือเกิด แบดเซ็กเตอร์บริเวณพื้นที่ที่เก็บข้อมูลสำคัญของฮาร์ดดิสก์จึงทำให้ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถบูตขึ้นมาได้ โดยจะแสดงอาการเงียบไปเฉยๆ หลังจากที่บูตเครื่องขึ้นมาแล้ว หรืออาจฟ้องขึ้นมาว่า No Boot Device หรือ Disk Boot failure Please insert system disk and please anykey to continue
สำหรับวิธีแก้ไขนั้น ให้เราทำการตรวจสอบแบดเซ็กเตอร์โดยอาจบูตเครื่องขึ้นมาด้วยแผ่นบูตแล้วใช้ คำสั่งScandisk หรือโปรแกรม Norton Disk Doctor เวอร์ชั่นดอสตรวจสอบแบ็ดเซ็กเตอร์และซ่อมแซมดูก่อน หากมีแบดเซ็กเตอร์มากก็อาจไม่หาย หนทางสุดท้ายคือทำ Fdisk แบ่งพาร์ทิชั่นใหม่แล้วพยายามกันส่วนที่เป็นแบดเซ็กเตอร์ออกไป
บางครั้งสาเหตุที่ฮาร์ดดิสก์บูตไม่ขึ้น นิ่งเงียบไปเฉยๆ อาจเกิดจากแผ่น PCB ( แผ่นวงจรด้านล่างของฮาร์ดดิสก์ ) เกิดการช็อต วิธีแก้ไขคือให้นำฮาร์ดดิสก์รุ่นเดียวกัน สเป็คเหมือนกันมาถอดเปลี่ยนแผ่น PCB ก็จะทำให้ฮาร์ดดิสก์ตัวที่ช็อตกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม
หากต้องการกู้ข้อมูลที่สำคัญกลับมาไม่ควรใช้คำสั่ง Fdisk เด็ดขาดเพราะจะทำให้ข้อมูลที่อยู่ภายในฮาร์ดดิสก์ให้เกลี้ยงไปหมด ในที่นี้แนะนำให้ใช้โปรแกรม Spinrite ในการกู้ข้อมูลสำคัญๆ ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ถูกสร้างมาเพื่อกู้ข้อมูลภายในฮาร์ดดิสก์โดยเฉพาะ
ปัญหาที่เกิดจากซีพียู
ซีพียูเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิตค่อนข้างสูงภายในมีรายละเอียดซับซ้อนโดยจะมีทรานซิสเตอร์ตัวเล็กๆ อยู่รวมกันนับล้านๆ ตัวทำให้หากมีปัญหาที่เกิดจากซีพียูแล้วโอกาสที่จะซ่อมแซมกลับคืนให้เป็นเหมือนเดิมนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ช่างคอมพิวเตอร์เมื่อพบสาเหตุอาการเสียที่เกิดจากซีพียูแล้วก็ต้องเปลี่ยนตัวใหม่สถานเดียว
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับซีพียูส่วนใหญ่แล้วจะมีเพียง 2 อาการที่ช่างคอมพิวเตอร์พบได้บ่อยๆ อาการแรกคือ ทำให้เครื่องแฮงค์เป็นประจำ และอาการที่สองคือวูบหายไปเฉยๆ โดยที่ทุกอย่างปกติ เช่นมีไฟเข้า พัดลมหมุน แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนหน้าจอ สาเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจากซีพียูมีความร้อนมากเกินไปจนเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งก็เดี้ยงไปแบบไม่บอกไม่กล่าว เลย สำหรับวิธีแก้ปัญหาก็คือต้องส่งเคลมสถานเดียว
RAM หายไปไหน Spec 128 MB. ทำไม Windows บอกว่ามีแรมแค่ 96MB. เอง
อาการของ RAM หายไปดื้อ ๆ จะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA ครับและขนาดที่จะ โดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น2M, 4M, 8M ไปจนถึง 128M. ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งใน BIOS ครับ
“Insert System Disk and Press Enter”
อยู่ ๆ ผมไม่สามารถบูตเข้าสู่วินโดวส์ได้ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น โดยจะขึ้นข้อความว่า “Insert System Disk and Press Enter” ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้ทำการปรับแต่งวินโดวส์ เลย
ปัญหานี้เกิดจากบู๊ตเครื่องโดยมีแผ่นดิสก์ที่ไม่มี OS หรือระบบปฎิบัติการอยู่ในไดรว์ A ซึ่งขั้นตอนแก้ปัญหาก็ให้เอา แผ่นไดรว์ A ออกจากนั้นก็กดปุ่ม Enter เพียงเท่านี้ก็สามารถเข้าวินโดวส์ได้แล้ว
ไดรว์ซีดีรอม อ่านแผ่นได้บ้างไม่ได้บ้าง หาแผ่นไม่เจอ แก้ปัญหาอย่างไร
ปัญหานี้มักจะไม่เกิดกับไดรว์ซีดีรอมตัวใหม่ ๆ ครับ แต่ส่วนใหญ่จะเกิดกับไดรว์ซีดีรอมที่มีการใช้งาน มานานแล้ว หรือประมาณ 1 ปีขึ้นไป และสาเหตุที่เห็นกันบ่อยก็คือหัวอ่านสกปรก ส่วนใหญ่จะเป็นพวกฝุ่น เข้าไปกับแผ่นซีดี แล้วเราก็นำมันเข้าไปอ่านในไดรว์ ฝุ่นก็เลยเข้าไปติดที่หัวอ่าน พอสะสมมาก ๆ เข้าก็เลย ทำให้เกิด อาการดังกล่าว อ่านแผ่นไม่ได้บ้างละ หาแผ่นไม่เจอบ้างละ วิธีการแก้ไขก็คือทำความสะอาดหัวอ่าน โดยใช้แผ่นซีดีที่ไว้สำหรับทำความสะอาดหัวอ่าน ที่มีขายอยู่ตามร้านคอมพิวเตอร์ทั่วไปมาใช้ รับรองอาการดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน
ปัญหาของ CD Audio
ถ้าคุณเล่นซีดีออดิโอใน CD Writer แล้ว Windows Media หรือ CD Playar แสดงข้อความ “Please insert an audio compact disk” หรือ Data or no disk loaded อาจมีสาเหตุมาจากไดรเวอร์ วิธีแก้คือ ให้เปิด Control Panel เลือกSound &Multimedia คลิก Devices ดับเบิลคลิก ที่ Media Control Devices และ CD Audio Devices (Media Control) คลิก Remove และ Yes คลิก OK เพื่อปิด หน้าต่างทั้งหมดและบูตเครื่องใหม่
อะไรคือสาเหตุ ที่ทำให้แผ่น CD-ROM เล่นเพลงจนแผ่นแตก
กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วครับ เรื่องไดรว์ CD-ROM ทำแผ่นแตก ซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะไดรว์ ที่ผลิตในปัจจุบันมีความเร็วสูง ทำให้เมื่ออ่านแผ่นที่มีคุณภาพต่ำหรือแผ่นที่มีรอยขีดข่วนลึก ๆ ก็ทำให้เกิดสะดุดเป็นผล ทำให้แผ่นแตก ซึ่งปัญหานี้เราจะไม่พบในไดรว์รุ่นเก่า ๆ เลย ทางแก้ก็คือหลีกเลี่ยงการใช้แผ่นที่มีคุณภาพต่ำ หรือแผ่นที่เป็นรอยมาก ๆ
ขอบคุณเวปไซต์ : http://howtorepairmycomputer.blogspot.com/2011/11/blog-post_04.html
8.4 เครื่องบู๊ตไม่ขึ้น แล้ว ค้าง
ปัญหาเครื่องค้างหลังจากbootเครื่องเสร็จนี้นะครับ อาจเกิดจากการที่มีโปรแกรมเปิดขึ้นมามากเกิน หรือมีโปรแกรมที่ติดตั้งแล้วแต่เกินเสป็กเครื่อง และยังรันหลังbootเสร็จด้วย ซึ่งโปรแกรมที่ผมกล่าวถึงนี้ คือโปรแกรมฆ่าvirusต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะชอบปรากฎที่tastbarซึ่งจะปรากฎทางด้านซ้ายสุด เวลาเริ่มทำงานแล้วจะเห็นมาเพิ่มมาเรื่อยๆ (อยู่แถวVolumn Control)ซึ่งบางครั้งถ้ามีมากเกินจะทำให้เครื่องทำงานช้าตอนเริ่ม หรือทำให้ค้างไปเลย
พอเกิดปัญหานี้ขึ้นแล้ว บางเครื่องจะช้ามากจนถึงค้าง ซึ่งถ้าจะใช้งานต่อนั้นคงเป็นไปไม่ได้แล้ว ถ้าอยากทำงานจริง หลังคลิกไปทีหนึ่ง อาจจะต้องรอถึง15นาที หรือไม่ก็ค้างไปเลย
ปัญหานี้มีวิธีแก้ง่ายๆนะครับ คือ เวลาที่เครื่องbootให้กดF8 มันจะมีโหมดขึ้นมาให้เลือกว่าจะเริ่มทำงานแบบปกติ หรือแบบอื่นๆ ซึ่งตรงจุดนี้ ให้บังคับด้วยคีย์บอร์ด กดcursorไปที่ safe mode ซึ่งเมื่อเริ่มทำงานแล้ว safe mode นี้จะไม่ทำการรันโปรแกรมใดๆทั้งสิ้น ให้คิดดูว่ามีโปรแกรมอะไรที่เป็นสาเหตุให้เครื่องค้างได้ ให้uninstallทิ้งเสีย ซึ่งอาจทำได้โดยไปที่Control Panelแล้วเลือกAdd/Remove Program เอาโปรแกรมนั้นออกเสีย
บางครั้งเครื่องอาจไม่ยอมให้remove ก็ให้ใช้วิธีตรงๆคือ ไปที่ที่เก็บโปรแกรมนั้น หาตัวuninstallให้เจอ แล้วกดทำงานมัน หรือไม่มีวิธีลัดอีกอย่างหนึ่ง คือ ค้นหาในStart Menu โดยดูAll ProgramsสำหรับWindows XPและบางรุ่น ดูที่โปรแกรมนั้น อาจเจอตัวuninstallของมัน
ถ้าเอาโปรแกรมที่เป็นตัวต้นเหตุออกได้เวลาRebootเครื่องใหม่ แล้วรันในNormal Mode เครื่องจะไม่ค้าง แต่ถ้าวิธีนี้ไม่สำเร็จ ให้ลองรันในmodeอื่นดูต่อว่ามีโหมดใดที่พอทำงานได้บ้าง แล้วพยายามเอาโปรแกรมนั้นออกตามเดิม ถ้าจนมุมหมดหนทางแล้ว ให้Formatเครื่องไปเลย แล้วลงโปรแกรมระบบปฏิบัติการใหม่ แต่คงรู้กันว่า ข้อมูลทั้งหมดในเครื่องจะหายไปหมดเลยถ้ามีเพียวDriveเดียว
ขอบคุณเว็ปไซต์ : http://www.oknation.net/blog/sitthiphan/2008/02/05/entry-4
8.5 ฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ไม่ได้
ถาม : เรื่องมีอยู่ว่า Notebook ผมโดนไรไม่รู้แฟนผมเอาไปเล่นแล้วโดนมา ผม format โดยใช้แผ่นวินโดว์format ก็ไม่ได้ ใช้แผ่นHard Disk Tools format ก็ไม่ได้ ใช้แผ่นวินโดว์เพื่อ format แล้วลงวินโดว์ก็ error ผมหมดความสามารถแล้วช่วยทีครับ ( Notebookของ toshiba ครับ)
ตอบ : ลองทำการเก็บงานออกให้หมดก่อนนะครับ
แล้วทำการตรวจสอบฮาร์ดดิสว่ามี Bad หรือไม่ด้วย Tool ที่มีอยู่ในแผ่น Hiren
หรือแผ่น KKD Multitool V.4 ก็ได้นะครับ
ลองใช้งานโปรแกรม HDD Regenerator ทำการแสกนและ Fix Bad ดูก่อนนะครับ
ใช้ โปรแกรม Partition Wizard ที่มีอยู่ใน KKD Multitool V.4 จากลิงค์นี้
http://www.gggcomputer.com/index.php?topic=13042.0
ทำการลบ Partition และจัดสร้างขึ้นใหม่ แนะนำว่าให้ทำการ Rebuild MBR ใหม่ด้วย
หรือจะลองศึกษาตามบทความนี้ก็ได้ครับ
http://www.gggcomputer.com/index.php?topic=9228.0
แนะนำว่าหลังทำการแบ่ง Partition ใหม่แล้ว ใช้ HDD Regenerator แสกนตรวจสอบอีกครั้ง
แล้วจึงทำการ ลงระบบ Windows หรือ Ghost Windows ใหม่อีกครั้งครับ
ขอบคุณเวปไซต์ : http://www.gggcomputer.com/13464.0
8.6 เครื่องมองไม่เห็นไดรว์ซีดี/ดีวีดี
ถาม : ปัญหาคือมองไม่เห็นไดร์ของ DVD/CD ซึ่งปกติจะเห็นในหน้า My Computer
ตอบ : วิธีแก้ปัญหาเมื่อไดรฟ์ dvd-rom หายไป ใน windows xp
ปัญหา นี้เพิ่งเกิดกับตัวมาหมาดๆ เมื่อกำลังจะเริ่มไรท์แผ่น แต่ไรท์ไม่ได้ เพราะเครื่องมองไม่เห็นไดรฟ์ อ้าว ใช้มาอย่างปกติ แต่อยู่ดีๆ ก็เป็น เกิดปัญหาอะไรล่ะนี่ พอเข้าไปดูใน device manager ตรงดีวีดีรอม ก็ขึ้นเครื่องหมายตกใจมา
ก็เลยต้องไปค้นข้อมูลใน internet เอาล่ะ ต้องแก้ไขตามนี้ไปก่อน
1. คลิก Start >> Run >>regedit>> HKEY_LOCAL_MACHINESYSTEM
CurrentControlSetControlClass
{4D36E965-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}
2. จากนั้นให้ลบ Registry ตัวที่ชื่อ LowerFilters กับ UpperFilters ออก
3. Restart เครื่อง รอไดร์ฟ CD-ROM กลับมา
้เมื่อ เข้าไปเช็คเครื่องตามนี้แล้ว กลับไม่พอว่ามี UpperFilters มีแต่ LowerFilters ก็เลยลบแต่ตัว lower รีสตาร์ทแล้วไดรฟ์ของเราก็กลับมาจ้า
แต่ ว่าๆ เข้าเนตไม่ได้ซะแล้วสิ มองโมเด็มไม่มีสัญญาณ เข้าไปดูใน device manager อีก เครื่องหมายตกใจมาเลย เหอ เหอ แต่พอลงไดรเวอร์เข้าไปใหม่ก็หาย คิดว่าปัญหานี้ ต้องเกิดจากไวรัส หรือ warm อะไรสักอย่างแน่ๆ เอ เพิ่งแสกนด้วย nod ไปหมาดๆ ก็ยังไม่เจอไรนะ แต่พอใช้ไปสักพักเครื่องแจ้งว่า ติด Autorun.ABS warm แล้วก็คลีนให้ แต่เราก็ยังไม่ควรจะไว้ใจ ใช้โปรแกรมเพิ่มอีกตัวหนึ่งคือ Malwarebyte ที่ใครๆ เค้าว่าเป็นตัวพ่อของการกำจัดหนอนไวรัส ตอนนี้ก็กำลังทำการเช็คละเอียดอีกครั้ง
ขอบคุณเวปไซต์ : http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=690f0b0f1a2907e4
8.7 อ่านแผ่นซีดี/ดีวีดีไม่ได้
ปัญหา DVD ไม่อ่านแผ่น ใส่ไปแล้วนิ่ง ๆ เหมือนหาแผ่นไม่เจอ อย่าพึ่งตกใจลองวิธีนี้ก่อนที่จะเปลี่ยน drive หรือเอาไปซ่อม
1.ให้คลิกปุ่ม start แล้วเลือกคำสั่ง run
2.พิมพ์คำว่า regedit แล้วคลิกปุ่ม OK
3.เข้าไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\controlset001\Services\Udfs
4.แล้วคลิกขวาที่ Udfs แล้วเลือกคำสั่ง rename
5.พิมพ์ชื่อ udfs1 ลงไป แล้วกดปุ่ม Enter
6.เข้าไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\controlset002\Services\Udfs
7.เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร ์ udfs ให้เป็น udfs1 เหมือนกัน
ก็จะแก้ปัญหาได้
หรือถ้ายังไม่ได้ก็ลองวิธีนี้
CD-Rom ไม่อ่านแผ่นเป็นเพราะอะไร
เป็นได้หลายสาเหตุครับ เช่น แผ่นสกปรก แผ่นเป็นลอย หรือเป็นหัวอ่าน เองก็เป็นได้ ถ้าแผ่นสกปรกก็ควรนำน้ำยาทำความสะอาดแผ่นมาเช็ด หากแผ่นเป็นลอยเยอะๆ ก็สุดวิสัยครับ แต่ถ้าเป็นที่หัวอ่าน CD-Rom ก็พอมีวิธีอยู่บ้าง เช่นนำแผ่นล้างหัวอ่านมาทำความสะอาด หากยังไม่หายอีกก็มีอีกหนึ่งวิธีคือ วิธีการปรับหัวอ่าน CD-Rom โดยวิธีปรับหัว VR ใน Drive CD-Rom หรือที่เรียกกันว่า Variable Resist เป็นวิธีที่ใช้ได้สำหรับผู้ที่เจอปัญหาเกี่ยวกับ การอ่านแผ่นทองหรือแผ่น CD-R ได้ หรือว่าอ่านได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่จะไม่รวมถึงกรณีมอเตอร์เสีย ก่อนที่จะทำการงัดแงะ CD-Rom ของคุณ อยากให้คุณดูให้แน่ใจก่อนว่าหมดประกันแล้วหรือยัง ถ้าหมดแล้วก็จะได้เต็มที่กับการซ่อม และที่สำคัญ “คุณไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้ว” เตรียมอุปกรณ์สำหรับการซ่อมให้พร้อม
1. ก่อนอื่นให้ใช้ไขควงไข เอาน็อตด้านหลังของ Drive CD-Rom ออกซะ
2. ถอดหน้ากากที่เป็นพลาสติกของ CD-Rom ออก ส่วนนี้ไม่ต้องใช้ไขควงเพราะเขาแค่มีตำแหน่งยึดกันไว้เฉยๆ แล้วจึงถอดฝาครอบออกตามลำดับ
3. ทีนี้ให้จับตรงบริเวณ ตัวยึดแผ่น CD ง้างขึ้น เมื่อง้างขึ้นแล้วก็ให้หาตำแหน่งของเลนซ์หรือหัวอ่าน CD ให้ดี เมื่อเจอตำแหน่งของหัวอ่าน CD แล้ว ให้มองหาชิ้นส่วนที่เป็นโลหะสีออกทองเหลือง รูปร่างลักษณะจะเป็นวงรีเล็กๆ สำหรับตำแหน่งที่นอนบอกได้เลยว่าไม่มี เพราะ CD-Rom แต่ละยี่ห้อจะวางตำแหน่ง VR ไว้ ไม่เหมือนกัน
4. เมื่อท่านผู้อ่านหาหัวปรับ VR เจอแล้วก็ให้จัดการเอาไขควงหมุนหัวปรับ VR ไปตามเข็มนาฬิกาประมาณ 20-25 องศา ไม่ต้องหักโหมนะครับ นิดเดียวพอ
5. เมื่อหมุนเรียบร้อยแล้วอย่าพึ่งประกอบกลับเข้าไปทันทีทันใดให้ลองใส่แผ่นทอง หรือแผ่นอะไรก็ได้ที่เมื่อก่อนมันไม่สามารถอ่านได้
6. จากนั้นเสียบกลับเข้าไปทั้งอย่างนั้นก่อน เพื่อความแน่ใจ ถ้าเกิดว่ายังไม่สามารถอ่านได้อีกก็ให้เอาออกมาหมุนเพิ่มประมาณ 3-5 องศา จากนั้นลองดูอีกครั้ง ถ้าอ่านได้ก็แสดงว่าคุณทำสำเร็จแล้ว คุณอาจจะได้ CD-Rom ที่คุณคิดว่า มันจากไปตลอดกาลกลับมาอีกครั้ง
ขอบคุณเว็ปไซต์ : http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=717526d945be9997
8.8 บู๊ตเครื่องจากไดรว์ซีดีไม่ได้
เป็นวิธีการปรับค่าไบออสเพื่อให้ Boot จาก CD Rom แทน Hard Disk สำหรับวิธีการที่จะเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ใน BIOS ได้นั้น จะขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละเครื่องด้วย โดยปกติเมื่อเราทำการเปิดสวิทช์ไฟของเครื่องคอมพิวเตอร์ BIOS ก็จะเริ่มทำงานโดยทำการทดสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนที่จะเรียกใช้งานระบบ DOS จากแผ่น Floppy Disk หรือ Hard Disk ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เราสามารถเข้าไปทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าต่าง ๆ ใน BIOS ได้โดยกด Key ต่าง ๆ เช่น DEL , ESC , CTRL-ESC , CTRL-ALT-ESC , F1 , F2 , F10 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละเครื่องจะตั้งไว้อย่างไร ส่วนใหญ่ จะมีข้อความบอกเช่น “Press DEL Key to Enter BIOS Setup” เป็นต้น
ความต้องการบูตเครื่องคอมพิวเตอร์จากแผ่นซีดีรอม CD-Rom ( CD-Bootable ) ใช้สำหรับกรณี
1. ติดตั้งวินโดว์ใหม่ จากแผ่นซีดี Windows XP Boot Setup CD
2. ล้างข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ ( Format Hard Disk Drive )
3. บูตเพื่อแก้ปัญหาเมื่อระบบวินโดว์ไม่ทำงาน
4. บูตเครื่องด้วยแผ่นซีดีบูต ( CD Bootable, Hiren’s Boot CD, WindowsPE )
ขอบคุณเว็ปไซต์:http://dtv.mcot.net/data/up_show.php?id=1178182769&web=epost
8.9 ไดรว์ซีดี/ดีวีดีเปิดไม่ออก
หลังจากเปิดฝา คุณอาจพบว่าแผ่นดิสก์แตกหรือเหลือเศษชิ้นส่วนทิ้งไว้ภายในไดรฟ์ หากเป็นเช่นนั้น พยายามหาและลองประกอบเศษชิ้นส่วนแผ่นดิสก์ทั้งหมด หากไม่พบชิ้นส่วนทั้งหมด ควรเปลี่ยนไดรฟ์ เพราะชิ้นส่วนที่แตกหักเสียหายอาจทำให้คอมพิวเตอร์และดิสก์อื่นชำรุดเสียหายด้วย
รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
หากแป้นพิมพ์มีปุ่มเปิดไดรฟ์ CD/DVD ให้กดปุ่มนั้น ตามปกติ ปุ่ม Eject (เปิดไดรฟ์) จะอยู่ข้างปุ่มปรับระดับเสียง และทำเครื่องหมายเป็นรูปสามเหลี่ยมชี้ขึ้นโดยมีขีดข้างใต้
ใน Windows 7 หรือ Windows Vista ให้คลิก เริ่ม แล้วคลิก คอมพิวเตอร์
ใน Windows เวอร์ชั่นก่อนหน้า ให้คลิก เริ่ม แล้วคลิก คอมพิวเตอร์ของฉัน
คลิกขวาที่ไอคอนสำหรับไดรฟ์ CD หรือ DVD ที่ติดขัด แล้วคลิก เปิดไดรฟ์
หากปุ่มฝาไดรฟ์ CD หรือ DVD เป็นแท่งพลาสติกยาวใสด้านหน้าคอมพิวเตอร์ ให้กดทางฝั่งขวาของแท่งให้แน่น บางรุ่นมีปุ่มบนแผงด้านหน้าของคอมพิวเตอร์อยู่ทางขวาของฝาพับ กดปุ่มเพื่อเปิดไดรฟ์ออกมา
หากปุ่มฝาไดรฟ์เป็นส่วนหนึ่งของเคสคอมพิวเตอร์และครอบฝาไดรฟ์จริงอยู่ ให้เปิดฝาที่เป็นส่วนหนึ่งของเคสคอมพิวเตอร์ออก และกดปุ่ม Eject (เปิดไดรฟ์) บนหน้ากากของไดรฟ์
รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์และกดปุ่ม Eject (เปิดไดรฟ์) ด้านหน้าของไดรฟ์เมื่อหน้าจอแรกปรากฏขึ้น (ก่อน Windows จะเปิดใช้งาน) หากฝาไดรฟ์เปิดด้วยวิธีนี้ แต่ไม่เปิดใน Windows แสดงว่าโปรแกรมซอฟต์แวร์อื่นควบคุมไดรเวอร์ CD อยู่ ให้ลองปิดหรือกำหนดค่าโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่สร้างแผ่นดิสก์หรือตรวจสอบไดรฟ์ CD หรือ DVD
หากฝายังคงไม่เปิดให้เสียบปลายคลิปหนีบกระดาษที่ยืดตรงลงในรูเปิดไดรฟ์ด้วยมือที่อยู่ด้านหน้าไดรฟ์
ปิดโปรแกรมทั้งหมดและปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
ถอดสายไฟออกจากเต้ารับไฟฟ้า
มองหารูเล็กๆ บนหน้ากากของไดรฟ์ CD หรือ DVD ซึ่งเป็นรูเปิดฝาด้วยมือ ตำแหน่งรูเปิดฝาด้วยมือจะแตกต่างกันไป
ขอบคุณเว็ปไซต์ : http://support.hp.com/th-th/document/c03024007
8.10 ไดรว์อ่านแผ่นได้ช้ามาก
ควรตรวจสอบดูว่า ไดร์ซีดีรอมนั้น กับฮาร์ดดิสก์ของคุณได้ต่อสาย IDE อยู่ในเส้นเดียวกันหรือเปล่า เพราะการต่อแบบนี้ จะทำให้การโอนถ่าายข้อมูลนั้น มีการโอนถ่ายที่ช้าลงไป เพราะฉนั้นถ้าต่ออยู่เส้นเดี๋ยวกันก็เปลี่ยนซะ เอาไดร์ฟซีดีรอม ไปเสียบในช่อง secondary ก็ได้
หรือในอีกกรณีหนึ่ง ถ้าคุณใช้ ไดร์ซีดีรอมแบบ DVD เวลาที่นำแผ่นซีดีแบบธรรมดาไปใช้ ก็จะพบว่าการอ่านแผ่นนั้น อ่านได้ช้ากว่าไดร์ซีดีรอมปกติ เพราะ DVD นั้นต้องทำการตรวจสอบก่อนว่าเป็นแผ่นซีดีแบบชนิดไหน จากนั้นจึงเริ่มอ่านข้อมูล ทำให้ เริ่มต้นการอ่านได้ช้า
นอกจากนี้ยังตรวจสอบได้อีกอย่างว่า เปิดฟีเจอร์ DMA ไว้หรือเปล่า ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่รู้ ก็มีวิธีการเปิดดังนี้เลย
1. คลิ๊กขวาที่ My Computer แล้วเลือก Properties
2. คลิ๊กแท็ป Device Manager คลิ๊กเครื่องหมาย + ที่กลุ่มซีดีรอม
3. จากนั้นดับเบิ้ลคลิ๊ก ที่ไดร์ฟซีดีรอมที่ เราต้องจากจะ set กัน แล้วคลิ๊กที่แท๊ป setting
4. แล้วเช็กบล๊อกที่หน้าคำว่า DMA และ Sync Data Transfer เสร็จแล้วก็คลิ๊ก OK และทำการ รีสตาร์ท
** แต่ถ้าทำงาน set ค่า DMA แล้ว ซีดีรอมเกิดทำงานผิดปกติ ให้เซ็ตค่ากลับอย่างเดิม อาจเป็นเพราะไดร์ฟซีดีรอมรุ่นเก่า และไม่สนับสนุนการทำงานแบบ DMA
ขอบคุณเว็ปไซต์ : http://www.it.co.th/tipsdetail.php?t_id=41
8.11 ดูหนังจากแผ่นดีวีดีไม่ได้
กรณีที่ 1 ลองหาหนัง DVD แผ่นอื่นมาลองเปิดดู
ถ้าเปิดแผ่นอื่นได้ = แผ่นที่เช่ามาเสีย
ถ้าเปิดแผ่นอื่นไม่ได้ = DVD Drive เสีย
กรณีที่ 2 อีกกรณีนึงดูที่ Mycomputer ว่ามันมี CD/DVD Drive ขึ้นหรือเปล่าถ้าไม่ขึ้น
ลองตรวจสาย IDE หรือ SATA ที่ต่อเข้ากับ Mainboard ว่ามันหลวมหรือหลุดหรือไม่
ลองขยับๆ ดู แล้วเปิดเครื่องลองดูใหม่ แต่ผมก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าอาการเวลาสายพวกนี้หลุด
หรือเสีย มันมีเสียอะไรร้องตี๊ดๆ หรือเปล่า (รอกูรูกว่ามาตอบ อิอิ)
หมายเหตุ : วิธีแก้ไขตามกรณีที่ 1 อย่าลองกับหนังที่เป็น VCD เพราะอาการ Drive เสียนั้นบางครั้ง
มันอ่านแผ่นที่เป็น Format CD ได้แต่อ่าน DVD ไม่ได้
บางครั้งไรท์ DVD ได้แต่ไรท์ CD ไม่ได้ ทั้งหมดนี้คืออาการที่บ่งบอกว่ามัน “เสีย”
ขอบคุณเว็ปไซต์ : http://mornor.com/2009/forum/viewthread.php?tid=79070
8.12 เขียนข้อมูลลงแผ่นดีวีดีแล้วเสียบ่อย
วิธีการที่ถูกต้องที่สุดคือ การ verifying หรือ validating ให้กับการเบิร์นแผ่นซีดีหรือดีวีดีใหม่ๆ ก่อนที่คุณจะนำไปเล่นบนเครื่องเล่นต่างๆ
แต่ด้วยเทคนิคง่ายๆ 5 ข้อนี้ ก็จะช่วยให้คุณสามารถลดความผิดพลาดลงและหลีกเลี่ยงปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นในระหว่างการเบิร์นแผ่นซีดีหรือดีวีดีได้มากขึ้น
1.โปรดติ๊กฟังก์ชัน verify: ถ้ามีกฎทองในการเบิร์นแผ่นซีดี/ดีวีดีแล้วล่ะก็ การใช้ซอฟต์แวร์ที่มีฟังก์ชันการ verify หรือ validate เพื่อเปรียบเทียบการเขียนแผ่นกับการอ่านแผ่น ก็จะเป็นอะไรที่ดีเยี่ยมเอามากๆ ถึงแม้ว่าฟังก์ชันการ verify ไม่ได้เพิ่มโอกาสในการเบิร์นแผ่นให้สำเร็จ แต่มันจะช่วยให้คุณรู้ถึงปัญหาในระหว่างการเบิร์นแผ่นดิสก์ได้ แม้ว่าคุณจะเบิร์นแผ่นสำเร็จก็ตาม แต่ในเวลาเล่นแผ่นก็มีโอกาสเกิดบั๊กขึ้นได้เสมอ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เพราะแผ่นดิสก์ห่วยแต่อย่างใด แต่เกิดขึ้นจากการเริ่มต้นเขียนแผ่นที่ไม่ดีต่างหากล่ะครับ เพราะฉะนั้น ติ๊ก validate ไว้สักนิดก็ดีนะครับ
2. ใช้สื่อบันทึกข้อมูลผิดชนิด: ถ้าคุณคิดว่า คุณสามารถเลือกแผ่นบันทึกข้อมูลที่เจ๋งที่สุดมาเบิร์นนั้น ต้องขอบอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว เพราะการเลือกแผ่นบันทึกข้อมูลให้เหมาะสมกับเครื่องเล่นที่ซัปพอร์ตแผ่นชนิดต่างๆ นั้นคือความคิดที่ดีที่สุดในการเลือกแผ่นต่างหาก ยกตัวอย่างเช่น แผ่นดีวีดี ที่มีทั้งแบบ DVD+-R/RW หรือ DVD-RAM เป็นต้น ซึ่งถ้าคุณซื้อแผ่นซีดีหรือดีวีดีที่เป็นยี่ห้อโนเนม แล้วล่ะก็ กฎทองในข้อที่ 1 เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก และมันก็มีโอกาสที่จะเบิร์นแผ่นเสียได้มากกว่า โดยในประสบการณ์ที่เจอ แผ่นดีวีดีจะสามารถเบิร์นแผ่นได้ดีกว่าแผ่นซีดีอยู่แล้ว ในแง่ของการผลิต แต่ในความเป็นจริง หากคุณเลือกใช้แต่แผ่นที่มีราคาต่ำ ไดรฟ์ของคุณก็จะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าที่จะทำให้หัวอ่านซีดีเขียนแผ่นไม่ตรงและไม่แม่นยำได้ ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การเบิร์นแผ่นของคุณเสีย หรือมีอาการกระตุกครับ
3.อย่าเขียนแผ่นซีดีเร็วเกินไป: ผมเชื่อแน่ว่า ทุกคนคงไม่มีใครอยากจะรอนานในเวลาเบิร์นแผ่นดิสก์หรอกครับ แต่อย่างว่า ยิ่งเขียนแผ่น CD-R และ DVD-R เร็วมากเท่าไร โอกาสที่แผ่นจะเสียก็มีมากขึ้นตามไปด้วย แต่ปัญหานี้จะไม่ค่อยเกิดขึ้นกับแผ่นซีดีและดีวีดีแบบ rewritable เพราะแผ่นแบบนี้มันจะเขียนได้ช้ากว่าปกติอยู่แล้ว ซึ่งการเบิร์นแผ่นจะเสียหรือไม่เสียนั้น ปัจจัยหลักคือระยะเวลาในการเขียนแผ่นที่คุณตัดสินใจเลือกนั่นแหละ ที่จะก่อให้เกิดปัญหาแผ่นเสียขึ้นมา ดังนั้นทางที่ดี คุณควรเลือกความเร็ว ที่รองลงมาจากความเร็วสูงสุด หรือต่ำกว่านั้น เพราะถ้าวัดเวลาเขียนแผ่นจริงๆ แทบจะไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของเวลาเลย อย่างความเร็วที่ 18x และ 16x เป็นต้น แต่สำหรับผมแล้ว น้อยครั้งนักที่ผมจะเขียนแผ่นด้วยความเร็วสูงสุด เต็มทีเลยผมก็เขียนไม่เกิน 10x ละยิ่งถ้าเป็นแผ่นดีวีดีด้วยแล้วล่ะก็ แทบไม่เคยเกิน 4x เลยครับ
4.เฟิร์มแวร์ไม่ใหม่พอ: การอัพเดตเฟิร์มแวร์ให้กับไดรฟ์เขียนแผ่นดิสก์ ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่จะทำให้โอกาสในการเขียนแผ่นดิสก์เสียลดลง เพราะเดี๋ยวนี้เครื่องเขียนแผ่นหลายยี่ห้อกำลังแข่งขันกันอย่างหนัก เร่งเวลาในการออกจำหน่ายสู่ตลาด ซึ่งอาจจะทำให้เฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่มากับเครื่องไม่สมบูรณ์เพียงพอในขณะที่เราซื้อ ดังนั้นการอัพเดตเฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าคุณไม่แฮปปี้อยู่แล้วกับประสิทธิภาพในการเขียนแผ่น คุณสามารถหาเฟิร์มแวร์อัพเดตได้ที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตยี่ห้อต่างๆ อย่าไปรอให้เครื่องเสียซะก่อนค่อยแก้ไขน่ะครับ ยังไงก็กันไว้ดีกว่าแก้ แต่ถ้าเครื่องเขียนแผ่นของคุณไม่ได้เป็นอะไร ใช้งานได้ดีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปอัพเดตแก้ไขเฟิร์มแวร์น่ะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าอัพเดตขึ้นมากลับทำให้เขียนแผ่นเสียมากขึ้นกว่าเดิมอีก แต่ถ้ายังมีปัญหาในการเขียนแผ่นดิสก์เสียเกิดขึ้นอยู่เหมือนเดิม แม้ว่าจะเปลี่ยนยี่ห้อของแผ่นบันทึกแล้วก็ตาม ลองอัพเดตเฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์ให้กับเครื่องดู ก็น่าจะช่วยได้เช่นกัน
5.คอมพิวเตอร์คุณไม่เร็วพอ: พีซีเครื่องใหม่ในตอนนี้ มีความเร็วเพียงพอที่จะทำงานอย่างอื่นควบคู่ไปกับการเบิร์นแผ่นในเวลาเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเบิร์นแผ่นได้สำเร็จทุกครั้งน่ะครับ โอกาสที่แผ่นจะเสียก็ยังมีสูงอยู่ ดังนั้นการปิดแอพพลิเคชันที่ไม่ได้ใช้ หรืออย่างน้อยก็ minimize มันลงมาในขณะที่กำลังเบิร์นแผ่นอยู่ ก็จะช่วยลดโอกาสที่แผ่นจะเสียได้มากขึ้น ซึ่งที่ผมกล่าวมา ผมไม่ได้หมายถึงว่า ให้คุณหยุดทำงานทั้งหมด ในขณะที่เบิร์นแผ่นอยู่ แต่คุณควรระวังเอาไว้ เพราะโอกาสที่เบิร์นแล้วแผ่นจะเสียยังมีอยู่ และยิ่งถ้าคุณมีแผ่นบันทึกเพียงแค่แผ่นเดียวเท่านั้น แถมยังเสียไม่ได้อีกด้วย ผมแนะนำเลยว่า ปิดแอพพลิเคชันทั้งหมด แล้วไปหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาจะเป็นความคิดที่ดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ดื่มชากาแฟ หรืออ่านหนังสือพิมพ์ ก่อน จนกว่าการเบิร์นแผ่นจะเสร็จสมบูรณ์ เพียงเท่านี้คุณก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าแผ่นจะเสีย โดยเฉพาะถ้าเครื่องคอมพ์ของคุณเป็นรุ่นเก่าๆ ด้วยแล้วล่ะก็ เปิดแค่โปรแกรมเบิร์นแผ่นอย่างเดียวนี่แหละครับ ดีที่สุด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น